ทีมเทพทีมชาติอังกฤษ

อดีตวันวาน, ทีมชาติอังกฤษเคยมีบุคคลหลายรายเป็นส่วนสำคัญของทีมในช่วง ''Golden Generation'' พอเพียงจะนึกออกกันมั้ย? เริ่มจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน ที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น, สตีเว่น  เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แอชลี่ย์ วัวล, เดวิด เบ็คแฮม รวมถึง พอล สโคลส์ ฯลฯ
บางคนขึ้นทำเนียบทีมชาติในช่วงเวลาใกล้เคียงกันยกตัวอย่างเช่น เจอร์ราร์ด เล่นให้สิงโตขู่คำรามครั้งแรกปี 2000 วัวล เริ่มต้นปีFun882001 กล่าวได้ว่าโตมาพร้อมๆกัน หรือแม้ เบ็คหมูแฮม ที่ขึ้นชั้นเล่นให้ชาติถิ่นกำเนิดตั้งแต่ 1996 แม้กระนั้นรับใช้ถึงปี 2009 ก็ทันเล่นร่วมกันใช้เวลาหลายปีอยู่สนิทสนมแค่ไหนอาจจะไม่ต้องพูดถึง วันนั้นกับวันนี้เกือบจะไม่ได้มีความแตกต่างตบหัวเตะตูดได้สบายหรือจะซี้ย่ำปึ้กมากยิ่งกว่านั้น ถึงขั้นใช้เพศหญิงคนเดียวกันเลยก็มี HA
ด้วยความสัมพันธ์อันมั่นคงระหว่างหน้าแข้งกลุ่มนี้นี่แหละที่ทำให้สโมสรบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ผุดโปรเจกต์อนาคตเอาไว้อย่างน่าสนใจนั่นเป็น…โกลเดน เจเนเรชั่น รียูเนี่ยน!
เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ กระดานบริหารเอฟเอ เริ่มเดินหมากก้าวแรกเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยการทาบทาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาเป็นเลิศในสตาฟฟ์โค้ชของทัพทรี ไลออนส์ โดยพร้อมยื่นมือช่วยเหลือเต็มที่สำหรับการสอบใบอนุมัติการเป็นโค้ชยังมี แอชลี่ย์ วัวล ด้วยอีกคนที่ได้รับจดหมายเชิญจากเบื้องบนให้เป็นคณะทำงานของที่ปรึกษาเซาธ์เกต
หรือสองวีกก่อน เซาธ์เกตอยากให้สองญาติพี่น้องเครือญาติเนวิลล์ใครคนหนึ่ง จะเอ็งรี่หรือฟิลก็ได้ มาจอยร่วมกันแม้เป็นไปได้ มีหมายงานให้ทำมากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมด หนึ่งในนั้นเป็น ดูแลทีมชาติอังกฤษ ยู-21
นะครับ อดีตนักเตะทีมชาติกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานผู้บริหารเอฟเอ ที่อยากยกฐานะแวดวงบอลอังกฤษให้ก้าวหน้าจากจุดเดิมที่เป็นอยู่
ตีความให้กระจ่างขึ้นอีกก็คือ เอฟเอ หวังใช้ความเป็นอดีตสตาร์ดังระดับตำนานของประเทศ ซึ่งเยอะด้วยประสบการณ์โชกโชนมาช่วยปลุกใจหน้าแข้งรุ่นน้องให้ฮึกเหิมสู่เพื่อชาติของตนเอง รวมถึงการถ่ายทอดวิชาทั้งในสนามและก็นอกสนามที่พึงจะมีอย่างเจอร์ราร์ดหากได้มาเป็นเลิศในคณะทำงานสตาฟฟ์ก็อาจจะถ่ายทอดลักษณะเด่นตัวเองสู่รุ่นน้อง… การรู้เรื่องแท็กติกและก็รู้เรื่องในหน้าที่ จินตนาการในการจ่ายและก็การยิงหัวจิตหัวใจไม่ยอมแพ้กระทั่งหมดเวลาอย่างแลมพาร์ดหากได้มาเป็นเลิศในคณะทำงานสตาฟฟ์ก็อาจจะถ่ายทอดจุดแข็งตัวเองสู่รุ่นน้องว่า… การเล่นแน่นอน ไม่หวือหวา แม้กระนั้นเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการเติมเกมขึ้นสูงเหมือนกองหน้าคนที่สองหรือการจ่ายบอลเน้นย้ำความแม่นยำล่าสุด ถึงคิวของ จอห์น เทอร์รี่ ตำนานหน้าแข้งเชลซีและก็อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษกัปตันสิงห์บลูส์ เป็นจุดหมายปองของเอฟเออีกคน แม้ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้ขึ้นอยู่กับเชลซีอยู่ก็ตามแต่
แม้กระนั้นเจครั้งยังไม่รู้จักชะตาชีวิตตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะเลียนแบบไรต่อดี เดินซ้ายหรือไปขวา หยุดหรือไปต่อ กระนั้นที่แน่นอนเลยก็คือมีโอกาสสูงที่จะล่ำลา เนื่องจากว่าซีซั่นนี้ตกตรวจสอบจาก อันโตนิโอ คอนเต้ กระทั่งกลายเป็นผู้เล่นสำรองถาวร
แถมคำสัญญาของเจ้าตัวที่ทำเอาไว้ครั้งล่าสุดก็จะหมดลงหลังจบซีซั่นนี้ด้วย เหตุการณ์จึงไม่แน่นอน เหมือนยืนเก้กังกลางทางแยก
เป็นไปได้ทั้งตกลงใจแขวนสตั๊ดโดยทันทีหลังฤดูกาลนี้รูดม่านจบหรือไปโกยเงินหยวนที่จีนหรือสะกดรอยแลมพ์สกับเจิดปิดจ๊อบสายอาชีพที่เมเจอร์ลีก สหรัฐฯเลียนแบบไรต่อดีกับชีวิต?
จุดนี้เองที่เอฟเอหวังชุบมือเปิบทองนี้ทาบทามให้เจครั้งเข้ามาร่วมงานเป็นเลิศในสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติกับอดีตหน้าแข้งทีมชาติรุ่นเดียวกันตามแผนการของสโมสร
เอาเข้าจริงๆตัวของเจครั้งเองก็อาจจะพึงพอใจหน้าที่หน้าที่การเป็นโค้ชอยู่บ้าง ไม่งั้นอาจจะไม่เริ่มออกสตาร์ตเรียนวิชาโค้ชไปบ้างแล้วหรอก
สมมุติครับสมมุติ หากกองหลังวัย 36 ปี เซย์เยสขึ้นมาจริงๆทางเอฟเออาจจะวิ่งเต้นช่วยทุกทางแหงๆ

เช่นเดียวกับเคสของแลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ที่เอฟเอล็อกเป้าเอาไว้ว่า อยากได้จริงอยากตัวจริงเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกว่าใครๆและก็พร้อมยื่นมือช่วยเหลือเต็มที่
ว่ากันว่าเอฟเอจัดแจงยื่นข้อเสนอและก็โอกาสให้อดีตสองกองกลางสิงโตขู่คำรามเดินไปสู่ทางลัดของการเป็นโค้ชหรือผู้จัดการทีมในอนาคตด้านหน้า
ทราบหรือไม่ว่าแต่ก่อนเอฟเอไม่เคยเสนอทางซิกแซ็กในการอบรมให้อดีตผู้เล่นทีมชาติอังกฤษคนใดกันมาก่อน
เนื่องจากว่าธรรมดาตามหลักสูตรสู่การเป็นที่ปรึกษาต้องผ่านการเล่าเรียนฝึกซ้อมและก็ใช้เวลาอย่างเร็วสุด 4 ปี แม้กระนั้นเคสของทั้ง แลมพาร์ด, เจอร์ราร์ด เหมารวมถึง เจครั้ง เอาไว้ด้วยคน มีความแตกต่างกันออกไป
โดยเอฟเอจัดแจงพังทลายกำแพงของกฏดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทิ้งให้เป็นเคสพิเศษ ด้วยการบอกกับทั้ง แลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ว่าทั้งคู่จะใช้เวลาอบรมเข้ากันร์สเพียงแค่สองปีเพียงแค่นั้น! เจครั้งก็อาจจะเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่ เอฟเอฝ่ายเดียวที่มุ่งมาดปรารถนา เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต ก็หวังจะได้ร่วมงานกับนักเตะมากประสบการณ์อย่าง เทอร์รี่ และก็ ประสบผลสำเร็จมาดูเหมือนจะทุกรายการกับเชลซี
อดีตที่ปรึกษามิดเดิ้ลสโบรช์เชื่อว่าแคแรกเตอร์ผู้นำและก็ผู้ชนะของเจครั้งจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงใฝ่สูง ความหิวหิวให้รุ่นน้องอย่าง เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ เคน, เอริก ดายเอ้อร์, จอห์น สโตนส์ หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้แน่นอนเป็นไปได้มั้ย? ก็พอเพียงเป็นไปได้นะครับ
แม้ระหว่าง เอฟเอ กับ เจครั้ง เคยมีเรื่องแตกกันกันมาก่อนผลพวงจากคดีดูถูกผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ กองหลังคิวประชาสัมพันธ์กระทั่งหยุดการคว้าหมวกทีมชาติแค่ 78 ใบ รีไทร์ตัวเองปี 2012 แม้กระนั้นทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
นอกจากเอฟเอพร้อมคุยเปิดเผยและก็เชื่ออีกว่าที่ปรึกษาสิงโตขู่คำรามคนปัจจุบันพร้อมอาสาเป็นกาวใจให้ทั้ง เอฟเอ และก็ เจครั้ง หันมาจูบปากคืนดี
ไม่ใช่เท่านั้น สตีฟ ฮอลแลนด์ มือขวาคนใหม่ของเซาธ์เกตจะเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ชักจูงเจครั้งให้ตอบรับงานนี้
อย่าลืมว่า ฮอลแลนด์ซึ่งจัดแจงรับบทบาทนี้สุดกำลังหลังจบซีซั่น 16/17 มีความสัมพันธ์อันดีกับเทอร์รี่จากการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงสนิทสนมกลมเกลียวพร้อมใจกับแลมพาร์ดด้วยอีกคน
แต่ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของเทอร์รี่คนเดียวว่าจะเลือกชีวิตตัวเองในทิศทางใด
เขาอาจเลือกแขวนสตั๊ดเอาไว้บนหิ้งโดยทันทีหรือชะลอเป็นสุนัขล่าเนื้อต่อขั้นต่ำอีกปีในอีกลีกที่ต่างกัน
กระนั้นดีแล้ว แค่ข่าวเอฟเอเล็งดึงเจครั้งผนึกกำลังกับแลมพ์สและก็เจิดก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควร คนจำนวนไม่น้อยมองดูในทางบวกมากยิ่งกว่าแง่ลบ

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงที่นาต่อไปนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าจำนวนมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยแก่ผู้นี้ถูกหยามจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพกิจการค้าหน้าแข้ง เพราะตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ในช่วงเวลานี้ใครก็ช่างที่เคยดูหมิ่นเขาเอาไว้ดูอย่างกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ต่อไปนี้ลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆนะครับ) โดยเอาผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นเช่นไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมครับว่าถ้าพี่มึงไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่สมัยก่อนดาวยิงทีมชาติประเทศสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นแม้พี่มึงยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามเจ็บป่วย ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่มึงอย่างจงหนัก เฉพาะอย่างยิ่งแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดอย่างไรแต่ จุดนี้ถือเป็นดาบสองคม เพราะการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" รัวได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ในเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งจะยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูอย่างกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยนะครับ
เป็นถ้าไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต ยกเว้นบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตนไร้สาระ เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม ประหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีนะครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็เห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตนไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนกระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นออกแทนซะแบบนั้น
รู้เรื่องว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีแดงตั้งแต่ต้น แม้กระนั้นเป็นเพราะถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ขอ หรืออาจเคยมีพระคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ด้วยกันที่โรงแสดงละครแห่งความฝัน
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุใด ที่ปรึกษาวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจลูกทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าเป็นลูกก็ถือเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนกระทั่งเคยตัวเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่ได้แตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีสามแง่ง ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง ด้วยเหตุว่าอาจก่อปัญหาการน้อยใจขึ้นในทีม
ในขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากมายนะครับ เขาไม่มีทางปลดปล่อยให้ลูกทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นที่ปรึกษาของ เชลซี – เจ้าของทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดสุดยอดดาวยิงค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อแม้ว่าจำต้องส่งลงสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนกระทั่งกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับเจ้าของทีมจำต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็เหมือนกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ในที่สุดตัวเองเลยโดนลูกทีมคิดคดทรยศจนกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้กระทั้งลูกทีมในตอนนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้นจะมาหายใจด้วยกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีแดงรวมทั้งที่นาต่อไปนี้ แม้กระนั้นแม้พินิจให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ลูกทีมผู้ใด ยกเว้น "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับ รู้เรื่องว่าเฮียมึงคงมีบางสิ่งที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้เรื่อง หรือบางโอกาสมันอาจเป็นเงื่อนไขพิเศษที่กำหนดเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันอาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีแดงอะไรโดยประมาณนั้น
ปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระทุ้งตาข่ายได้ตลอด
บ่อยที่เขาหวงบอลมากจนเกินไป บ่อยที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกใจ
เช่นเดียวกับบางนัดที่สมควรเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงในช่วงเวลานี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จำต้องถดถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีมากยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอนมันยังไม่ใช่แค่นี้
มันยังเดาได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่นอน
แม้อยากยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี บางโอกาส "เฮียหลา" อาจจำต้องสารภาพข้อเท็จจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการใช้ชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากคนอื่นปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่วางท่ารวมทั้งทะนงตัวอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นที่สองรองผู้ใดกัน – มันก็เลยคงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 ช่องทางเท่านั้น

กลยุทธ์ฉุดหงส์จากหลุม

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลในเวลานั้น หากเป็นคนเจ็บติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้คาบ้านสองครั้งต่อๆกัน ทั้งๆที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวแพรวด์ลี่ พรีเซนต์ กระหยิ่มใจพรีเซ็นท์ผลงานไร้พ่ายแพ้ในแอนฟิลด์ นานข้ามปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่ยุติเส้นทางไปเวมบลีย์ เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่เพิ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แม้กระนั้นใจความสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล จากความมีชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับจากออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนคงพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความคิดเห็นหาทางออก เพราะเหตุว่าในเมื่อสถานการณ์เลวมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน และก็ผลักกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งผมเก็บรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และก็แนวทางการให้ต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆบ่อยๆในช่วงเวลาที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะเหตุว่าจนถึงขณะนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัด และก็จะต้องใช้จังหวะถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มแจ้งว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีตัวแทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจะต้องเหมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกจากตำแหน่ง และก็เปิดทางให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติการจะพิจารณาได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ปรับให้ฉีกขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกลางสัปดาห์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และก็ขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ที่นาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เพราะเหตุว่าการแก้แบบหนึ่งมักนำมาซึ่งปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางด้านขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นได้ดีระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรจะแบกความคาดหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนกระทั่งครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างจังหวะได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และก็ควรจะเห็นสกอร์ขั้นต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกครั้งต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และก็เมื่อไม่ได้เรื่องถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจะต้องคอยให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระตือรือร้น ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มด้วยผล 0-0 นะครับ แม้กระนั้นตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุใดถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาเพียงแค่ 45 นาทีท้ายที่สุด
2. เว้นเสียแต่ความเคลื่อนไหวในสนามแข่งขันแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์บางทีอาจจะต้องปรับวิธีทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการเรียนรู้เกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขาเห็นนักเตะหงส์แดงเหี่ยวเฉาปลาย รีบไม่ขึ้นในครึ่งหลัง
เหมือนกันกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น โค้ชด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ และก็รัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งหนึ่งทำนายในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมและก็การฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะทำให้ลิเวอร์พูลลำบากในตอนครึ่งฤดูกาลหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนส่ายหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักเตะมองล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และก็แพ้บ่อยครั้งขึ้นในการแย่งชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่เห็นนักเตะลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เหมือนในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และก็จัดว่ากดดันกลุ่มเยือนได้พอควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่ต่อเนื่อง เหมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักเตะจะต้องถูกถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนถึงหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. ต้องสารภาพเหอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะประมือกับอีก 4-5 กลุ่มบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีกลุ่ม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองใครกันแน่ แม้กระนั้นอย่างที่เห็นเมื่อเกมไปสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม และก็คล็อปป์แทบไม่ขยับเปลี่ยนตัว หรือใช้โควตาแปลงช้าเหลือเกิน แทนที่จะแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตครึ่งหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่เชื่อว่าผู้เล่นสำรองจะทำงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักเตะใหม่ในตอนม.ค. บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และก็เขาก็มีส่วนเหมาะสมว่ามันมิได้หาซื้อกันกล้วยๆเหมือนที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยต้นเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมดินแดนกลาง บางโอกาสข้อแม้บางข้อ ของดีราคาถูกเหลือเกินก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปลดปล่อยให้ตายไปต่อหน้า
4. ทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันคอยที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยกลุ่มจากการไปทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้ประชดนะครับ และก็ผมคงไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่รอเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจจริงอยากให้ไม่เข้ารอบแม้กระนั้นไก่โห่เลยด้วย ความคาดหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังยับเยินตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เพราะเหตุว่าเซเนกัลกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำแต้มได้ทั้งคู่เกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ มองตามหน้าเสื่อ เซเนกัลดีกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงก.พ.

แมนยู vs ลิเวอร์พูล

ขอประกาศให้ทราบโดยถ้วนหน้าว่า ลิเวอร์พูล ไม่ชนะสามนัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกของฤดู
ช่างประจวบคีรีขันธ์อะไรอย่างงี้ที่เกมต่อไปของหงส์แดง เป็นการออกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มิได้ยากอะไร เพียงแค่ยากมากมายเท่านั่นแหละ เด็กหงส์อาจพากันก่นอยู่ในใจว่าผู้ใดกันแน่แกล้งเขียนสคริปต์ฟระ น่าจับมาดีดติ่งหู 99 คราว
ใจร้ายมากครับที่ให้กลุ่มหนึ่งกำลังเดินสายกวาดชัย 9 นัดหมายรวด มาเจอกับกลุ่มที่ไม่ชนะสามเกมซ้อน ถึงแม้ว่าหนึ่งในคู่ประมือน่าภาคภูมิเสนอยิ่งนัก เอิ่ม พลีมัธ อาร์ไกล์
แม้กระนั้นจะโยนบาปให้โปรแกรมที่ดันมาผิดจังหวะก็อาจมิได้ ด้วยเหตุว่าแดงเดือดเวอร์ชั่นแรกเมื่อต.ค. เหตุการณ์ก็ทำนองนี้ เพียงแค่สลับร่าง โดยที่ลิเวอร์พูล กำลังเปิดเครื่อง ชนะมา 5 นัดหมายติดทุกรายการ ไม่ถูกกับอสุรกายแดงที่ชนะเพียงแค่ 1 จาก 4 เกมลีกก่อนข้ามมาเยือนแอนฟิลด์
โมเมนตัมสวนกัน และเป็นต้นเหตุของแท็กติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ถนัดนักแล ด้วยการแช่แข็งเกมรุกของหงส์แดงจนกระทั่งกระดุกกระดิกไม่ออก ตลอดทั้งเกมได้โอกาสยิงเข้ากรอบเพียงสามครั้ง
แม้กระนั้น แม้แผนจอดรถบัสของมูรินโญ่บางทีอาจสำเร็จ อสุรกายแดงบุกตอดคะแนนกลับแมนเชสเตอร์ได้ก็จริง แม้กระนั้นสำหรับแฟนผี วิธีแบบนี้ไม่ใช่แนวทางการเล่นอันภูมิใจของสมาพันธ์
มูรินโญ่ ถึงเคยเห็นด้วยว่าการคุมกลุ่มระดับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นปัญหายากสุดหิน ด้วยเหตุว่าเพียงแค่ชนะอย่างเดียวไม่พอ แม้กระนั้นต้องชนะอย่างมีคลาสมีสไตล์
โน่นเป็นแดงเดือดชูแรกของฤดูเมื่อแทบสามเดือนที่แล้ว แม้กระนั้นมาคราวนี้ เหตุการณ์ของทั้งสองกลุ่มกำลังสวนอย่างสิ้นเชิง
แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในฟอร์มที่เร่าร้อน ผลงานเยี่ยม แม้กระนั้นจะว่าไปก็ตามมาตรฐานที่ถูกคาดหวังตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่น เพียงไปมีช่วงสะดุดหลุดโค้งแฉลบลงข้างทางหน่อยเท่านั้น
ส่วนลิเวอร์พูล ของ เจอร คล็อปป์ ถ้าเกิดเปรียบเทียบกับราคาหุ้นสักตัว ผลงานในเวลานั้นกำลังถูกดึงกลับมาสู่ราคาฐานรากที่ตามที่เป็นจริง หลังจากมีขาใหญ่ช่วยลากไปจนกระทั่งทะลุเพดาน ติดลมทำนิวไฮสม่ำเสมอมายาวนานหลายเดือน
แม้กระนั้นตลอดสามนัดหมายหลังตั้งแต่ออกสตาร์ตปีใหม่ หงส์แดงที่เคยบินสูงถึงตำแหน่งจ่าฝูง เสียทีสะดุดตอ แพ้ภัยตัวเองจากโปรแกรมที่ชุมกว่ายุงลาย ปัญหาเจ็บ และก็ขุมกำลังที่ค่อนข้างบอบบางจนกระทั่งไม่สามารถโรเตชั่นแบบเหมากลุ่ม พร้อมด้วยรักษาคุณภาพการเล่น
ลางเริ่มปรากฏในเกมบุกเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 หลังพึ่งจะลงบดในคืนส่งท้ายปีเก่ากับแมนฯ ซิตี้ เพียงแค่ไม่ถึงสองวันที่แล้ว และคล็อปป์ไม่กล้าแม้จะแตะกลุ่มตัวจริงด้วยการเปลี่ยนสัก 1-2 ตำแหน่งเว้นเสียแต่ไฟต์บังคับเนื่องด้วย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เจ็บจนกระทั่งเล่นมิได้ ต้องส่งเอ็มเร่ ระเบียง ออกสตาร์ตเจอกับแมวดำ
สม่ำเสมอมาถึงเอฟเอ คัพ กับกลุ่มระดับลีกทูอย่างพลีมัธ ผมขอไม่วิภาควิจารณ์อะไร ด้วยเหตุว่าเข้าใจว่าบรรดาดาวรุ่งบวกกับผู้เล่นสำรองอย่างระเบียง, โมเรโน่ หรือลูคัส เลวา พึ่งจะได้ลงแมตช์ร่วมกันในปีนี้เป็นครั้งแรก ทีมเวิร์กยังไม่เข้าที่เข้าทาง ในฐานะคนภายนอกต้องเห็นด้วยการตัดสินใจบนความเสี่ยงของที่ปรึกษาแม้กระนั้นปัญหาที่พุ่งวาบเข้าตาสูงที่สุดเป็นเกมบุกแพ้เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-1 ในลีก คัพ รอบรองฯ ครั้งแรก เมื่อคืนวาน

คล็อปป์ จัดกลุ่มชุดใหญ่ทั้ง 11 คนเท่าที่อำนวย แม้กระนั้นฟอร์มในสนามแทบไม่มีความต่างจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่เล่นกับบอร์นมัธ เอ๊ย พลีมัธ
แม้กระนั้น แม้จะเป็นกลุ่มชุดใหญ่ แม้กระนั้นก็ยังขาดตัวหลักในทุกขุมกำลัง ไล่ตั้งแต่ โฌแอล มาติเตียนป, เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่ ไปจนถึง ฟิลิปเป้ คูติเตียนนโญ่ ที่เริ่มต้นเกมนี้ด้วยการเป็นผู้เล่นสำรอง ก่อนถูกส่งลงไปในสนามในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย
มองในแง่ดีจากความพ่ายแพ้ 0-1 เป็นลิเวอร์พูลยังอยู่บนทางของการลุ้นไปเวมบลีย์ และน่าจะการันตีเหตุว่าทั้งทีมอาจไม่เล่นห่วยไปกว่านัดนี้อีกแล้ว
แง่บวกอย่างลำดับที่สอง เป็นฟอร์มไม่ได้เรื่องเอาแก๊สของนักฟุตบอลบางคน ต้องถูกสแกนกรรมผ่านแว่นของคล็อปป์ทันตามกำหนดก่อนลองเสี่ยงไม่ถูกๆถูกๆในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด
สมมติในกรณีที่เลวร้ายระดับสูงสุด เป็นเฮนโด้ กับมาติเตียนป ยังกลับมาเล่นมิได้ รวมทั้งคูติเตียนนโญ่ไม่สมบูรณ์พอเพียงเป็นตัวจริง ผมมั่นใจว่า คล็อปป์ต้องลังเลลังเลกับการส่งกลุ่มชุดนี้ลงไปโดนเฉือนซ้ำรอยในขณะที่ 11 คนในเกมกับนักบุญ บางทีอาจดูแล้วว่ายอดเยี่ยมเท่าที่มีให้เลือก แม้กระนั้นคำว่ายอดเยี่ยมก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช่ที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์หลังพิงฝาหน้าชนกำแพงแบบนี้W88คล็อปป์ มองออกแน่นอนว่านักฟุตบอลผู้ใดสอบผ่านหรือสอบตก
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ โดนเบียดนิดชนหน่อยทำเป็นขาสิ้นแรงตัวรูดไปกองกับพื้น พร้อมด้วยส่งสายตาอ้อนความเห็นอกเห็นใจจากผู้ตัดสินตลอดทั้งเกมได้โอกาสสับไกทีเดียว แม้กระนั้นข้ามคานไปโน่น
จังหวะหนึ่งในช่วงหลังที่ทีมงานของคล็อปป์ ส่งกระดาษไปถึงมือสเตอร์ริดจ์ เด็กหงส์ในโลกโซเชียลแห่กันโพสต์ทายว่า คล็อปป์เขียนอะไรไปบอกกองหน้าสไตล์ลูกหนูน้อยเอ็มเร่ ระเบียง เป็นอีกคนที่โดนจัดหนักว่าทำให้จังหวะเกมเสีย ด้วยเหตุว่ามัวแต่พยายามโชว์ เก็บบอลนาน แถมจับบอลลั่นห่างเป็นวาไม่ต้องเอ่ยถึงตัวต้นสายปลายเหตุทำเสียประตูอย่าง รักท้องนาร์ คลาวาน และแบ็กซ้าย เจมส์ ไม่ลเนอร์ ก็ไม่รอดถามคำถามว่าเพราะอะไรถึงไม่ถูกฟอร์มกันแทบชูกลุ่ม คำตอบง่ายสุดเป็นคล็อปป์ ติดกระดุมไม่ถูกตั้งแต่เม็ดแรก
ด้วยนักฟุตบอลชุดนี้ คล็อปป์บางทีอาจต้องเลือกแผนใหม่ที่ไม่ใช่ 4-3-3 ด้วยเหตุว่าเขาไม่มีตัวรุกริมเส้นสไตล์ของ ซาดิโอ มาเน่ ยิ่งลองใช้สเตอร์ริดจ์ยืนแทน ยิ่งเปรอะออกทะเลไปกันใหญ่
การถอยไปรับลึกของกลุ่มนักบุญ ไม่เกิดผลดีอะไรกับการส่ง เอ็มเร่ ระเบียง เป็นมิดฟิลด์ตัวข้างที่ต้องเข้าไปอยู่ในป่าของแนวรับเจ้าถิ่น รุมบีบจนกระทั่งทิ่มอล บวกกับความช้าเป็นทุนของนักฟุตบอล
ระเบียง น่าจะปักหลักในตำแหน่งของ ลูคัส เลวา ความสามารถในการผ่านบอลบางทีอาจพอๆกัน แม้กระนั้นมิดฟิลด์เยอรมัน ได้หัวข้อการหาจังหวะยิงไกล ซึ่งลูคัส ขาดนี้
ผลกระทบจากการไม่มีเฮนโด้ เป็นตัวคุมจังหวะเกม และถ่ายบอลซ้ายขวาทำลายโซนรับของคู่ปรปักษ์ ถูกประจานว่ารุนแรงกว่าที่คิด
คาดกันว่าในเกมแดงเดือด ทั้งเฮนเดอร์สัน และมาติเตียนป น่าจะมีลุ้นกลับมาลงไปในสนามได้ เมื่อบวกกับคูติเตียนนโญ่อีกคน พอๆกับว่าลิเวอร์พูล จะขาดเพียงมาเน่ไปผู้เดียว

18 พ้อยท์ที่ลบไปของ ลิเวอร์พูล

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่มีชื่อเสียงว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าทำไมถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายครามากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงเชิดชูถึง ดิว็อค โอริกี้ พลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนความมีชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูว่ากล่าวนโญ่เจ็บป่วยตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องแปลงออก มันเป็นเรื่องที่ต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่รู้เรื่องว่าทำไมต้อง โฌแอล มาว่ากล่าวป ทำไมต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทำไมไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่คิดว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งจะหายมาอาจจะยังไม่เหมาะกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างนั้น'' ฟังแล้ว ตกผลึกเหมือนกันมั้ย
1. การที่แปลงมาใช้หลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความมุ่งหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นยังไงก็นำเอาความเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้
2. ถ้าหากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมแบบงี้'' ก็ไม่ควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกอย่าง เนื่องด้วยมันเหมือนทำข้อสอบแล้วนึกไม่ออกก็วงเดาสุ่มๆไป
3. ในตอนที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมแต่เวลาก็ยังพอเพียงหลงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็ขั้นต่ำ 7 นาที ทำไมครับผม เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะแก้ไขสถานการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอว่ากล่าวฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่ฉันดิสัน พาร์ค โดยเหตุนี้แล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรจะเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมแบบงี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ก่อให้เกิดผลกระทบแน่ๆฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องจนบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าหากรักษาสกอร์มิได้ ก็ต้องรัวเพิ่ม แต่ชมรมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสมมติฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่นี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้โค้ชวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยฉวยข้อผิดพลาดเข้าโจมตีราวกับยกตัวอย่างเช่นลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรแบบงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียท่าค้างรังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วและแน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นธันวาคม ปัญหาคือทำไมคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แต่มักปวกเปียกกับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ปรับกรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่รู้มั้ยครับผมว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มข้างล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัด ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ ซิตี้ ถ้าหากพอเพียงพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงเพื่อนฝูงข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบยกขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรจะเคลื่อนสายตาดูสเปอร์สซึ่งกำลังบีบคั้นเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาทุจริตความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าทำไมสองปีมานี้ถึงนำเอามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อให้ท้ายซีซั่นก่อนบางทีอาจคลอดสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเท่านั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับผม เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่เมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ แม่ทัพตราไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 กลุ่มด้านล่างของตาราง โดยการทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งพรรณนาความทุกข์กัน เนื่องจากว่ากลุ่มเล็กมีเยอะแยะกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งปวง 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิจารณ์เรื่องความอ่อนยวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากยิ่งกว่าด้านนี้ นี่ถือเป็นอีกสิ่งที่ผู้ใดก็ช่างมาเจอก็ชอบฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมารอโจมตี เนื่องด้วยคล็อปป์นิยมให้สมาชิกคุมโซนมากยิ่งกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่ต่างอะไรกัน แต่ก็มีคนยกหัวข้อว่าสมรรถนะของกลุ่มวัดกันตรากตรำ เนื่องจากว่าสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทั้งหมดทุกอย่างของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็ตาม ลิเวอร์พูลเป็นชมรมที่ผูกติดการบรรลุเป้าหมายเสมอมา

พวกเขาบางทีอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการเสนอรูปแบบกระจ่างแจ้ง มีผู้เล่นที่ซึ่งพูดได้ว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูว่ากล่าวนโญ่, ฟีร์มีโน่ และมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตราตรึงกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด โคนร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินหมายเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปัญหาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจแบบงี้ครับผม ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราต้องแปลงใหม่และมีตัวสำรองทดแทน ผู้เฝ้าประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวริมเส้น และกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะมองเห็นโค้ชที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่าทราบว่ามีแค่ไหนกัน ต่อมาถ้าหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็คงจะทายใจดวงใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็ถูกใจต่อกลุ่มที่มีพอควร โดยเหตุนี้แล้วจังหวะที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าไหร่ก็อาจจะขึ้นกับว่าสุดท้ายจบอันดับเท่าไหร่ในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม และโบโร่
ถ้าหากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตว่ากล่าวโน่ก็อาจจะลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็ถือเป็นเจ็ดเกมที่จะชี้ขาดโค้ชอย่างคล็อปป์เพราะ ภายหลังจากได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรจะให้เกรดที่เท่าไหร่กัน 18 แต้มที่หายไป… ต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวแล้ว เนื่องจากว่าถ้าหากทำได้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังจ่าฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

โจเซ่ มูรินโญ่เซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

โจเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการแข่งขันก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยสกอร์ 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

จ่ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

 

น้ามู นายใหญ่ฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

แฟนแมนยู!เสี่ยหมู หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ เหี่ยวในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เจ๊ กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาอาร์เซน่อลบุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้สาวกปืนใหญ่แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอังกฤษกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังเกรียนโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้นีซ

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในเกม เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ นายใหญ่ ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ นายใหญ่ของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"