ทีมเทพทีมชาติอังกฤษ

อดีตวันวาน, ทีมชาติอังกฤษเคยมีบุคคลหลายรายเป็นส่วนสำคัญของทีมในช่วง ''Golden Generation'' พอเพียงจะนึกออกกันมั้ย? เริ่มจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน ที่นั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น, สตีเว่น  เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, แอชลี่ย์ วัวล, เดวิด เบ็คแฮม รวมถึง พอล สโคลส์ ฯลฯ
บางคนขึ้นทำเนียบทีมชาติในช่วงเวลาใกล้เคียงกันยกตัวอย่างเช่น เจอร์ราร์ด เล่นให้สิงโตขู่คำรามครั้งแรกปี 2000 วัวล เริ่มต้นปีFun882001 กล่าวได้ว่าโตมาพร้อมๆกัน หรือแม้ เบ็คหมูแฮม ที่ขึ้นชั้นเล่นให้ชาติถิ่นกำเนิดตั้งแต่ 1996 แม้กระนั้นรับใช้ถึงปี 2009 ก็ทันเล่นร่วมกันใช้เวลาหลายปีอยู่สนิทสนมแค่ไหนอาจจะไม่ต้องพูดถึง วันนั้นกับวันนี้เกือบจะไม่ได้มีความแตกต่างตบหัวเตะตูดได้สบายหรือจะซี้ย่ำปึ้กมากยิ่งกว่านั้น ถึงขั้นใช้เพศหญิงคนเดียวกันเลยก็มี HA
ด้วยความสัมพันธ์อันมั่นคงระหว่างหน้าแข้งกลุ่มนี้นี่แหละที่ทำให้สโมสรบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ผุดโปรเจกต์อนาคตเอาไว้อย่างน่าสนใจนั่นเป็น…โกลเดน เจเนเรชั่น รียูเนี่ยน!
เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ กระดานบริหารเอฟเอ เริ่มเดินหมากก้าวแรกเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยการทาบทาม แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาเป็นเลิศในสตาฟฟ์โค้ชของทัพทรี ไลออนส์ โดยพร้อมยื่นมือช่วยเหลือเต็มที่สำหรับการสอบใบอนุมัติการเป็นโค้ชยังมี แอชลี่ย์ วัวล ด้วยอีกคนที่ได้รับจดหมายเชิญจากเบื้องบนให้เป็นคณะทำงานของที่ปรึกษาเซาธ์เกต
หรือสองวีกก่อน เซาธ์เกตอยากให้สองญาติพี่น้องเครือญาติเนวิลล์ใครคนหนึ่ง จะเอ็งรี่หรือฟิลก็ได้ มาจอยร่วมกันแม้เป็นไปได้ มีหมายงานให้ทำมากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมด หนึ่งในนั้นเป็น ดูแลทีมชาติอังกฤษ ยู-21
นะครับ อดีตนักเตะทีมชาติกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานผู้บริหารเอฟเอ ที่อยากยกฐานะแวดวงบอลอังกฤษให้ก้าวหน้าจากจุดเดิมที่เป็นอยู่
ตีความให้กระจ่างขึ้นอีกก็คือ เอฟเอ หวังใช้ความเป็นอดีตสตาร์ดังระดับตำนานของประเทศ ซึ่งเยอะด้วยประสบการณ์โชกโชนมาช่วยปลุกใจหน้าแข้งรุ่นน้องให้ฮึกเหิมสู่เพื่อชาติของตนเอง รวมถึงการถ่ายทอดวิชาทั้งในสนามและก็นอกสนามที่พึงจะมีอย่างเจอร์ราร์ดหากได้มาเป็นเลิศในคณะทำงานสตาฟฟ์ก็อาจจะถ่ายทอดลักษณะเด่นตัวเองสู่รุ่นน้อง… การรู้เรื่องแท็กติกและก็รู้เรื่องในหน้าที่ จินตนาการในการจ่ายและก็การยิงหัวจิตหัวใจไม่ยอมแพ้กระทั่งหมดเวลาอย่างแลมพาร์ดหากได้มาเป็นเลิศในคณะทำงานสตาฟฟ์ก็อาจจะถ่ายทอดจุดแข็งตัวเองสู่รุ่นน้องว่า… การเล่นแน่นอน ไม่หวือหวา แม้กระนั้นเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการเติมเกมขึ้นสูงเหมือนกองหน้าคนที่สองหรือการจ่ายบอลเน้นย้ำความแม่นยำล่าสุด ถึงคิวของ จอห์น เทอร์รี่ ตำนานหน้าแข้งเชลซีและก็อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษกัปตันสิงห์บลูส์ เป็นจุดหมายปองของเอฟเออีกคน แม้ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้ขึ้นอยู่กับเชลซีอยู่ก็ตามแต่
แม้กระนั้นเจครั้งยังไม่รู้จักชะตาชีวิตตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าจะเลียนแบบไรต่อดี เดินซ้ายหรือไปขวา หยุดหรือไปต่อ กระนั้นที่แน่นอนเลยก็คือมีโอกาสสูงที่จะล่ำลา เนื่องจากว่าซีซั่นนี้ตกตรวจสอบจาก อันโตนิโอ คอนเต้ กระทั่งกลายเป็นผู้เล่นสำรองถาวร
แถมคำสัญญาของเจ้าตัวที่ทำเอาไว้ครั้งล่าสุดก็จะหมดลงหลังจบซีซั่นนี้ด้วย เหตุการณ์จึงไม่แน่นอน เหมือนยืนเก้กังกลางทางแยก
เป็นไปได้ทั้งตกลงใจแขวนสตั๊ดโดยทันทีหลังฤดูกาลนี้รูดม่านจบหรือไปโกยเงินหยวนที่จีนหรือสะกดรอยแลมพ์สกับเจิดปิดจ๊อบสายอาชีพที่เมเจอร์ลีก สหรัฐฯเลียนแบบไรต่อดีกับชีวิต?
จุดนี้เองที่เอฟเอหวังชุบมือเปิบทองนี้ทาบทามให้เจครั้งเข้ามาร่วมงานเป็นเลิศในสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติกับอดีตหน้าแข้งทีมชาติรุ่นเดียวกันตามแผนการของสโมสร
เอาเข้าจริงๆตัวของเจครั้งเองก็อาจจะพึงพอใจหน้าที่หน้าที่การเป็นโค้ชอยู่บ้าง ไม่งั้นอาจจะไม่เริ่มออกสตาร์ตเรียนวิชาโค้ชไปบ้างแล้วหรอก
สมมุติครับสมมุติ หากกองหลังวัย 36 ปี เซย์เยสขึ้นมาจริงๆทางเอฟเออาจจะวิ่งเต้นช่วยทุกทางแหงๆ

เช่นเดียวกับเคสของแลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ที่เอฟเอล็อกเป้าเอาไว้ว่า อยากได้จริงอยากตัวจริงเชื่อว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดกว่าใครๆและก็พร้อมยื่นมือช่วยเหลือเต็มที่
ว่ากันว่าเอฟเอจัดแจงยื่นข้อเสนอและก็โอกาสให้อดีตสองกองกลางสิงโตขู่คำรามเดินไปสู่ทางลัดของการเป็นโค้ชหรือผู้จัดการทีมในอนาคตด้านหน้า
ทราบหรือไม่ว่าแต่ก่อนเอฟเอไม่เคยเสนอทางซิกแซ็กในการอบรมให้อดีตผู้เล่นทีมชาติอังกฤษคนใดกันมาก่อน
เนื่องจากว่าธรรมดาตามหลักสูตรสู่การเป็นที่ปรึกษาต้องผ่านการเล่าเรียนฝึกซ้อมและก็ใช้เวลาอย่างเร็วสุด 4 ปี แม้กระนั้นเคสของทั้ง แลมพาร์ด, เจอร์ราร์ด เหมารวมถึง เจครั้ง เอาไว้ด้วยคน มีความแตกต่างกันออกไป
โดยเอฟเอจัดแจงพังทลายกำแพงของกฏดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทิ้งให้เป็นเคสพิเศษ ด้วยการบอกกับทั้ง แลมพาร์ด กับ เจอร์ราร์ด ว่าทั้งคู่จะใช้เวลาอบรมเข้ากันร์สเพียงแค่สองปีเพียงแค่นั้น! เจครั้งก็อาจจะเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่ เอฟเอฝ่ายเดียวที่มุ่งมาดปรารถนา เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต ก็หวังจะได้ร่วมงานกับนักเตะมากประสบการณ์อย่าง เทอร์รี่ และก็ ประสบผลสำเร็จมาดูเหมือนจะทุกรายการกับเชลซี
อดีตที่ปรึกษามิดเดิ้ลสโบรช์เชื่อว่าแคแรกเตอร์ผู้นำและก็ผู้ชนะของเจครั้งจะเข้ามาช่วยเพิ่มแรงใฝ่สูง ความหิวหิวให้รุ่นน้องอย่าง เดเล่ อัลลี่, แฮร์รี่ เคน, เอริก ดายเอ้อร์, จอห์น สโตนส์ หรือ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้แน่นอนเป็นไปได้มั้ย? ก็พอเพียงเป็นไปได้นะครับ
แม้ระหว่าง เอฟเอ กับ เจครั้ง เคยมีเรื่องแตกกันกันมาก่อนผลพวงจากคดีดูถูกผิว แอนทอน เฟอร์ดินานด์ กองหลังคิวประชาสัมพันธ์กระทั่งหยุดการคว้าหมวกทีมชาติแค่ 78 ใบ รีไทร์ตัวเองปี 2012 แม้กระนั้นทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
นอกจากเอฟเอพร้อมคุยเปิดเผยและก็เชื่ออีกว่าที่ปรึกษาสิงโตขู่คำรามคนปัจจุบันพร้อมอาสาเป็นกาวใจให้ทั้ง เอฟเอ และก็ เจครั้ง หันมาจูบปากคืนดี
ไม่ใช่เท่านั้น สตีฟ ฮอลแลนด์ มือขวาคนใหม่ของเซาธ์เกตจะเป็นอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ชักจูงเจครั้งให้ตอบรับงานนี้
อย่าลืมว่า ฮอลแลนด์ซึ่งจัดแจงรับบทบาทนี้สุดกำลังหลังจบซีซั่น 16/17 มีความสัมพันธ์อันดีกับเทอร์รี่จากการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงสนิทสนมกลมเกลียวพร้อมใจกับแลมพาร์ดด้วยอีกคน
แต่ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของเทอร์รี่คนเดียวว่าจะเลือกชีวิตตัวเองในทิศทางใด
เขาอาจเลือกแขวนสตั๊ดเอาไว้บนหิ้งโดยทันทีหรือชะลอเป็นสุนัขล่าเนื้อต่อขั้นต่ำอีกปีในอีกลีกที่ต่างกัน
กระนั้นดีแล้ว แค่ข่าวเอฟเอเล็งดึงเจครั้งผนึกกำลังกับแลมพ์สและก็เจิดก็เรียกเสียงฮือฮาได้มากพอสมควร คนจำนวนไม่น้อยมองดูในทางบวกมากยิ่งกว่าแง่ลบ

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงที่นาต่อไปนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าจำนวนมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยแก่ผู้นี้ถูกหยามจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพกิจการค้าหน้าแข้ง เพราะตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์
ในช่วงเวลานี้ใครก็ช่างที่เคยดูหมิ่นเขาเอาไว้ดูอย่างกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ต่อไปนี้ลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆนะครับ) โดยเอาผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ประมาณว่าถ้า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นเช่นไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมครับว่าถ้าพี่มึงไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดชิง อีเอฟแอล คัพ ที่สมัยก่อนดาวยิงทีมชาติประเทศสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นแม้พี่มึงยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามเจ็บป่วย ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่มึงอย่างจงหนัก เฉพาะอย่างยิ่งแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดอย่างไรแต่ จุดนี้ถือเป็นดาบสองคม เพราะการผูกขาดทำแต้มให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" รัวได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ในเวลาที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งจะยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นเองดูอย่างกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากมายเสียด้วยนะครับ
เป็นถ้าไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต ยกเว้นบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากได้ให้พักน่องหรืออยากได้จัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตนไร้สาระ เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางเปลี่ยนตัวเขาออกจากสนาม ประหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีนะครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็เห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตนไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนกระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นออกแทนซะแบบนั้น
รู้เรื่องว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีแดงตั้งแต่ต้น แม้กระนั้นเป็นเพราะถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ขอ หรืออาจเคยมีพระคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ด้วยกันที่โรงแสดงละครแห่งความฝัน
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่กล่าวว่าเพราะเหตุใด ที่ปรึกษาวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจลูกทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัด แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าเป็นลูกก็ถือเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนกระทั่งเคยตัวเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่ได้แตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีสามแง่ง ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง ด้วยเหตุว่าอาจก่อปัญหาการน้อยใจขึ้นในทีม
ในขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากมายนะครับ เขาไม่มีทางปลดปล่อยให้ลูกทีมยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นที่ปรึกษาของ เชลซี – เจ้าของทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดสุดยอดดาวยิงค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อแม้ว่าจำต้องส่งลงสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนกระทั่งกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับเจ้าของทีมจำต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็เหมือนกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ในที่สุดตัวเองเลยโดนลูกทีมคิดคดทรยศจนกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้กระทั้งลูกทีมในตอนนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้นจะมาหายใจด้วยกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีแดงรวมทั้งที่นาต่อไปนี้ แม้กระนั้นแม้พินิจให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ลูกทีมผู้ใด ยกเว้น "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามแตะ" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับ รู้เรื่องว่าเฮียมึงคงมีบางสิ่งที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้เรื่อง หรือบางโอกาสมันอาจเป็นเงื่อนไขพิเศษที่กำหนดเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันอาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีแดงอะไรโดยประมาณนั้น
ปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระทุ้งตาข่ายได้ตลอด
บ่อยที่เขาหวงบอลมากจนเกินไป บ่อยที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกใจ
เช่นเดียวกับบางนัดที่สมควรเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัด
ถึงในช่วงเวลานี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จำต้องถดถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีมากยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอนมันยังไม่ใช่แค่นี้
มันยังเดาได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่นอน
แม้อยากยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี บางโอกาส "เฮียหลา" อาจจำต้องสารภาพข้อเท็จจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการใช้ชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากคนอื่นปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่วางท่ารวมทั้งทะนงตัวอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นที่สองรองผู้ใดกัน – มันก็เลยคงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 ช่องทางเท่านั้น